ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในฝัน "ปทุมรัตต์พิทยาคม" จ.ร้อยเอ็ด พิมพ์
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นฐาน เดินทางไป จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๑ เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานต้นแบบ "๑ อำเภอ ๑ โรงเรียนในฝัน" ที่โรงเรียนปทุมรัตต์พิทยาคม และตรวจเยี่ยมโรงเรียนขนาดเล็ก ๒ แห่งใน อ.ปทุมรัตต์ สังกัด สพท.ร้อยเอ็ด เขต ๒

 


 

รมว.ศธ.ตรวจเยี่ยมกิจกรรมการเรียนการสอนโครงการ Intelligence Development Program หรือ IDP โดยให้ความสนใจการจัดกิจกรรมชุดบวกเลขในการคิดเลขเร็ว (Speed Math) และ IDP Smart Brain Center ซึ่ง IDP เป็นโปรแกรมพัฒนาสติปัญญา โดยนำกระบวนการเรียนรู้จากการเห็น ได้ยินด้วยความรวดเร็ว แล้วเชื่อมโยงไปยังสมองโดยใช้ภาษาเป็นสื่อ และเป็นกระบวนการเดียวกันกับการที่น้องเดียวสามารถจดจำใบหน้าของบุคคลได้มากมายจากรายการเกมส์ทศกัณฑ์

นอกจากนี้ ได้เยี่ยมชม "ห้องเรียนฝึกเด็กอ่อนภาษาอังกฤษ" โดยใช้ครูอาสาสมัครจากมาเลเซียมาช่วยสอน ตลอดจนกิจกรรมการเรียนการสอนของห้องเรียน English Program (EP) หลังจากนั้น ได้เยี่ยมชม "หอพักนักเรียน" ในโรงเรียน และ "แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง" เฉลิมพระเกียรติฯ ๘๐ พรรษา ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ประกอบด้วยแหล่งน้ำ แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด การเลี้ยงสุกร ไก่ การปลูกข้าว พืชผักสวนครัว และโรงสีข้าวเพื่อชุมชน

รมว.ศธ.กล่าวว่า ต้องการมาเยี่ยมชมโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนในฝัน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากธนาคารกรุงไทย ถือเป็นโรงเรียนในฝันอีกแห่งหนึ่งที่ภาคเอกชนชั้นนำเข้ามามีส่วนช่วยพัฒนาการศึกษาจนประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีเด็กเข้าเรียนเพิ่มมากขึ้นทุกปี และมีกิจกรรมที่เป็นต้นแบบ ซึ่งได้ให้นโยบายว่าโรงเรียนต้องมีส่วนช่วยเหลือโรงเรียนในเครือข่าย เช่น โรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กมากขึ้น

นอกจากการตรวจเยี่ยมโรงเรียนในฝันแล้ว รมว.ศธ.ยังได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนขนาดเล็ก ๒ แห่ง คือ โรงเรียนบ้านพิลา และโรงเรียนบ้านโพนงาม อ.ปทุมรัตต์ สังกัด สพท.ร้อยเอ็ดเขต ๒ ซึ่ง รมว.ศธ.ได้กล่าวแก่ผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครองที่มาให้การต้อนรับว่า ขณะนี้ ศธ.พยายามให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาให้มากที่สุด โดยมีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นแหล่งเงินกู้ยืมทั้ง กยศ.และ กรอ.สำหรับช่วยเหลือนักเรียนที่ยากจน อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ปกครองรายใดที่มีความเดือดร้อนในการส่งบุตรหลานเข้ารับการศึกษา ก็ยังสามารถติดต่อผ่านผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ได้อีกทางหนึ่ง ซึ่ง ส.ส.ถือว่าจะต้องมีหน้าที่ดูแลและทำตามนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อสภาฯ ซึ่งนอกจากเงินกู้ทางการศึกษาแล้ว ยังมีโครงการอื่นๆ ที่รัฐบาลได้โอนเงินมาให้ประชาชนทั่วประเทศโดยตรงแล้ว เช่น SML กองทุนหมู่บ้าน กองทุนรักษาพยาบาล บัตรทอง

ส่วนโครงการที่จะรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ คือ โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน เพื่อคัดเลือกเด็กยากจนในชนบทไปศึกษาต่อต่างประเทศ ก็จะเร่งดำเนินการเป็นรุ่นที่ ๓ ในปีนี้ รวมทั้งมีแนวคิดจะเริ่มโครงการหมอ ๑ คน ๑ อำเภอ หรือพยาบาล ๑ คน ๑ อำเภอ เพื่อให้ลูกหลานที่เรียนดีจากทุกอำเภอทั่วประเทศไปเรียนทางด้านแพทย์และพยาบาล ซึ่งในชนบทยังขาดแคลนอยู่มาก และกลับมาทำงานในภูมิลำเนาของตนเอง ไม่ใช่ให้คนในกรุงเทพฯ หรือจากที่อื่นมาอยู่ชนบท ซึ่งจะอยู่ไม่นานแล้วย้ายกลับไป

นอกจากนี้ รัฐบาลจะทำอีกหลายอย่างให้ชนบทมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถลืมตาอ้าปากได้ เลี้ยงฐานะครอบครัวได้ โดยปัจจุบัน ศธ.ได้ร่วมมือกับ กษ.พัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ซึ่งให้นักเรียนจบ ม.๓ เข้าเรียนในวิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ โดยรัฐบาลจะจัดสรรที่พัก ค่าอาหาร ค่าเล่าเรียนให้จนจบหลักสูตร รวมทั้งยังจัดสรรที่ดินทำกินทางการเกษตรให้อีกด้วย

สิ่งเหล่านี้ เป็นการยืนยันว่ารัฐบาลจะทำหน้าที่ตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ต่างๆ ตามศักยภาพให้มากที่สุด โดยเน้นการทำงานเพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ.

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน

More Photoes : ข่าวที่ ๑๖๕/๒๕๕๑