รมว.ศึกษาธิการ หารือตัวแทนสภานิติศึกษา พิมพ์
ตัวแทนสภานิติศึกษา 4 มหาวิทยาลัยชั้นนำเข้าพบ รมว.ศึกษาธิการ ยื่นข้อเสนอแก้ปัญหาขาดแคลนอาจารย์ด้านกฎหมายในมหาวิทยาลัยของรัฐ


นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับนางลาวัลย์ หอนพรัตน์ ประธานกรรมการประจำสาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และผู้แทนสภานิติศึกษา ๔ สถาบัน เพื่อหารือการพัฒนาบุคลากรและคณาจารย์ด้านกฎหมาย เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่ห้องทำงานรองนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล

สภานิติศึกษา ซึ่งประกอบด้วยคณบดีคณะนิติศาสตร์ ๔ สถาบัน คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้เข้าหารือและนำข้อเสนอจากการสัมมนาเพื่อพัฒนาการศึกษาด้านนิติศาสตร์ เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา (อ่านเพิ่มในข่าวที่ ๑๒๙) ซึ่งมีสาระสำคัญคือ ควรให้มีการแก้ไขปัญหาความเท่าเทียมกัน และความมั่นคงในระหว่างวิชาชีพของคณาจารย์ด้านกฎหมาย เพราะการที่รัฐบาลแก้ปัญหาการขาดแคลนวิชาชีพบางตำแหน่ง เช่น แพทย์ วิศวกร นิติกร โดยวิธีการต่างๆ เช่น กำหนดเงินเพิ่มพิเศษข้าราชการวิชาชีพ แต่ยังไม่ครอบคลุมถึงอาจารย์ผู้สอนกฎหมาย

เมื่อเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายเกี่ยวกับวิชาชีพกฎหมายโดยตรง ได้แก่ ผู้พิพากษา อัยการ หรือข้าราชการในหน่วยงานทางกฎหมายอื่นแล้ว มีข้อแตกต่างกันอย่างมาก เช่น เงินเดือนอัยการสูงสุด ๖๙,๗๕๐ บาท พร้อมเงินประจำตำแหน่งอีก ๔๒,๕๐๐ บาท หรือเงินเดือนอัยการผู้ช่วย ๑๖,๗๒๐ บาท พร้อมเงินประจำตำแหน่งอีก ๗,๙๐๐ บาท ส่วนนักกฎหมายกฤษฎีการะดับ ๔ ชั้นที่ ๓มีเงินเดือน ๒๕,๐๐๐ บาท ส่วนชั้นที่ ๑มีเงินเดือน ๔๐,๐๐๐ บาทไม่รวมค่าเบี้ยประชุม หรือแม้แต่นิติกรในส่วนราชการ ยังได้รับเงินเพิ่ม ๓,๐๐๐ บาทขึ้นไป ในขณะที่อาจารย์มหาวิทยาลัยเริ่มบรรจุในวุฒิปริญญาโทเพียง ๙,๗๐๐ บาท และพนักงาน มหาวิทยาลัยบางแห่ง เช่น จุฬาลงกรณ์ฯ ซึ่งออกนอกระบบแล้ว ทำให้ได้รับเงินเดือนเพิ่มจากระบบราชการ ๑.๓% ก็ยังคงได้รับเงินเดือนบรรจุเพียง ๑๐,๗๐๐ บาท

จากปัญหาดังกล่าว ทำให้มหาวิทยาลัยของรัฐที่เปิดสอนคณะนิติศาสตร์ ขาดแคลนอาจารย์ประจำด้านกฎหมายอย่างมาก บางมหาวิทยาลัยแม้ประกาศรับสมัคร แต่ก็มีคนมาสมัครน้อย และคนที่รับเข้ามาสอนก็ไม่แน่ใจว่าจะอยู่นานแค่ไหน เช่นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใน ๖ ปีข้างหน้าจะมีอาจารย์กฎหมายเกษียณอายุราชการถึง ๑๕ คน เวลานี้รับสมัครทุกปีๆ ละ ๒ ครั้งก็ยังขาดแคลน บางคนเก่งกฎหมายแต่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ เพราะได้คะแนนของศูนย์ทดสอบจุฬาหรือเทียบเท่าไม่ถึง ๕๕๐ นิสิตนักศึกษาบางคนยังมองสถานะของอาจารย์ด้วยเงินเดือน นอกจากนี้ เกณฑ์ของมหาวิทยาลัยที่เข้มงวดอย่างมากในการเปิดสอนตามหลักสูตรต่างๆ ซึ่งจะต้องมีอาจารย์ประจำ ๕ คนต่อ ๑ หลักสูตร หากปล่อยปัญหานี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับปรุงค่าตอบแทนสำหรับคณาจารย์ด้านกฎหมายให้มีความใกล้เคียงกับวิชาชีพกฎหมายอื่นแล้ว ระยะยาวจะยิ่งขาดแคลนอาจารย์ประจำที่สอนกฎหมายในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ซึ่งจะส่งผลถึงการผลิตพัฒนาบุคลากรด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

รมว.ศธ.กล่าวว่า เข้าใจปัญหานี้ เพราะเคยเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม และเคยเป็นอาจารย์พิเศษสอนกฎหมายในมหาวิทยาลัย จึงจะรับข้อเสนอตามหลักการนี้ไปพิจารณา โดยจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปจัดระบบข้อมูล วิธีการ และพิจารณาปรับปรุงแก้ไขเพื่อลดช่องว่างดังกล่าว ซึ่งยอมรับว่าประเทศเรายังยากจน ช่วงที่ผ่านมารัฐบาลจึงพยายามช่วยข้าราชการชั้นผู้น้อย ผู้ด้อยโอกาส หรือผู้มีรายได้ขั้นต่ำก่อน ตนถือว่าทุกวิชาชีพมีความสำคัญเท่ากันหมด ดังนั้นหากจะพิจารณาแก้ปัญหาอะไรก็ตาม จะต้องมองเห็นความสำคัญของคนอื่นทุกภาคส่วนประกอบด้วย.
 

เมนูลัดในหมวด