รมว.ศธ.ประชุมผู้บริหาร สกอ. พิมพ์
ข่าว ๔๖/๒๕๕๑ รมว.ศธ.ประชุมผู้บริหาร สกอ.
Minister of Education met with Administrators of the Commission on Higher Education (CHE)


"ประเด็นสำคัญที่ สกอ.ขอรับการสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหา จะให้ทีมงานรับเรื่องไปดูแลแก้ไขทุกเรื่อง เช่น ปัญหาการก่อสร้างอาคาร สกอ. จะเร่งนำเข้า ครม.พิจารณาต่อไปสำหรับเรื่องใดที่ติดขัดจะหาทางช่วยเหลือให้อย่างดีที่สุดส่วนปัญหาใดที่ยังขัดต่อกฎหมายหากจำเป็นก็จะช่วยแก้ไขกฎหมายให้"
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รับฟังสรุปรายงานผลการดำเนินงาน และปัญหาที่ต้องการรับการสนับสนุน ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ในการประชุมร่วมกับประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และผู้บริหารระดับสูง สกอ. เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ที่ สกอ.

นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการ กกอ. ได้นำเสนออำนาจหน้าที่ สถิติข้อมูล รายงานผลการดำเนินงาน ประเด็นสำคัญที่ขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการอุดมศึกษา สรุปสาระสำคัญดังนี้

  • อำนาจหน้าที่ของ สกอ. ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ซึ่งมีนายพจน์ สะเพียรชัย เป็นประธาน และคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (กพอ.) เพื่อทำหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาแก่รัฐมนตรี ในการจัดการอุดมศึกษา ซึ่งมีมหาวิทยาลัยที่ดูแลรวมทั้งสิ้น ๑๖๕ แห่ง แยกเป็น ม.รัฐ ๖๕ แห่ง, ม.เอกชน ๖๘ แห่ง, ม.ในกำกับของรัฐ ๑๓ แห่ง และวิทยาลัยชุมชน ๑๙ แห่ง
  • สถิติและข้อมูล ปัจจุบัน สกอ.มีข้าราชการพลเรือนรวม ๓๔๘ คน ส่วนใหญ่มีวุฒิปริญญาโท จำนวน ๑๙๐ คน รองลงมาคือวุฒิปริญญาตรี ๑๓๑ คน ต่ำกว่าปริญญาตรี ๑๗ คน และปริญญาเอก ๑๐ คน หากรวมลูกจ้างประจำ/ชั่วคราวด้วยจะมีจำนวนรวมทั้งสิ้น ๕๓๑ คน


    สำหรับงบประมาณที่ สกอ.ได้รับจัดสรรในปีงบประมาณ ๒๕๕๑ รวม๖๙,๕๔๑ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๐.๗๗ ของ GDP และเป็นร้อยละ ๑๙.๑๕ ของงบประมาณด้านการศึกษาของประเทศ

ข้อมูลที่น่าสนใจของนักศึกษารวมทุกระดับตั้งแต่ปริญญาตรี-เอกในปีการศึกษา ๒๕๕๐ มีนักศึกษาทั้งสิ้น ๒,๐๔๘,๙๙๗ คน แยกเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐเดิม ๑,๐๘๔,๐๑๖ คน มหาวิทยาลัยเอกชน ๒๘๓,๕๘๘ คน มหาวิทยาลัยราชภัฏ ๕๓๓,๑๙๒ คน มหาวิทยาลัยราชมงคล ๑๓๑,๖๖๕ คน และวิทยาลัยชุมชน ๑๖,๕๓๖ คน ในจำนวนนี้เป็นนักศึกษาที่เข้าใหม่ทุกระดับ ๕๙๗,๙๑๐ คน ในขณะที่มีจำนวนผู้สำเร็จการศึกษาปีการศึกษา ๒๕๔๙ รวม ๓๓๗,๓๖๙ คนด้านอาจารย์ผู้สอน มหาวิทยาลัยของรัฐมีจำนวน ๑๒๗,๖๗๑ คน และมหาวิทยาลัยเอกชน ๖๖ แห่ง รวม ๒๑,๐๗๕ คน ซึ่งสัดส่วนผู้สอน ตรี : โท : เอก ของ ม.รัฐ คือ ๑๕ : ๕๙ : ๒๖ ในขณะที่ ม.เอกชนเป็น ๑๙ : ๖๕ : ๑๖

  • รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงฯ เลขาธิการ กกอ.รายงานว่า สกอ.ได้ดำเนินการตามนโยบายของ ศธ.ในปีงบประมาณ ๒๕๕๐ ทั้ง ๖ ข้อ คือ ปฏิรูปการศึกษาโดยยึดคุณธรรมนำความรู้ การขยายโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา การกระจายอำนาจการบริหารสู่สถานศึกษา การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้

นอกจากนี้ ยังได้จัดทำกรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว ๑๕ ปี ฉบับที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๕๑-๒๕๖๕) เรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล สกอ.พร้อมที่ปรับแผนให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลเช่นกันด้วย

ผู้บริหาร สกอ.ที่ร่วมประชุม


  • ประเด็นสำคัญที่ขอรับการสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหา ได้เสนอประเด็นสำคัญเร่งด่วนใน ๖ ประเด็น คือ

- ปัญหาการก่อสร้างอาคารใหม่ของ สกอ. ทั้งนี้ สกอ.ได้รับงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการแห่งใหม่สูง ๒๒ ชั้น (เป็นที่จอดรถ ๑๐ ชั้น) แต่เนื่องจากสถานที่มีที่ดินจำกัด ไม่สามารถออกแบบตามเทศบัญญัติได้ จึงต้องขออนุมัติต่อ ครม.เพื่อให้ปรับแนวร่นจากถนนศรีอยุธยาตามที่กำหนด ๑๔ เมตรให้เหลือ ๖ เมตร และต้องเปิดถนนกว้าง ๖ เมตรโดยรอบตัวอาคาร เพื่อป้องกันอัคคีภัย อย่างไรก็ตาม มติ ครม.เมื่อ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๑ ได้ให้กลับไปหารือกับ กทม. ซึ่ง กทม.ได้มาดูแบบทั้งหมดแล้ว สรุปว่าตึกที่จะสร้างมีความปลอดภัย สามารถดูแลกรณีการเกิดเพลิงไหม้ได้ ดังนั้น จะต้องเร่งนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม ครม.เพื่อให้ความเห็นชอบและก่อสร้างต่อไป

- ปัญหาจากการออกนอกระบบของมหาวิทยาลัย ๗ แห่ง ปี ๒๕๕๐ ได้มีมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบแล้ว ๗ แห่ง คือ ม.บูรพา ม.ทักษิณ ม.มหิดล จุฬาลงกรณ์ฯ ส.พระนครเหนือ ม.เชียงใหม่ และ ส.ลาดกระบัง ขณะนี้พบปัญหาข้าราชการที่จำเป็นต้องลาออกเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย แต่ไม่ต้องการเป็นสมาชิกประกันสังคม และยังต้องการสิทธิประโยชน์ในฐานะข้าราชการบำนาญมากกว่า

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการเสนอขอเงินเดือนเพิ่มสำหรับข้าราชการ ๖,๓๘๗ คน จาก ๑๙,๐๗๓ คน ในมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบไปแล้วทั้ง ๗ แห่ง ซึ่งมีผลให้ข้าราชการจำนวนเหล่านั้น ต้องปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ให้เทียบเท่า ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่มติ ครม.ได้เคยอนุมัติเงินเพิ่มให้ร้อยละ ๖๐

- ปัญหาการเสียภาษีของมหาวิทยาลัย เนื่องจากโครงสร้างการปฏิรูปการศึกษา ทำให้ทบวงมหาวิทยาลัย ซึ่งเคยมีฐานะเทียบเท่ากระทรวง เป็น สกอ.ซึ่งมีสถานภาพเป็นกรมใน ศธ. ทำให้มหาวิทยาลัยของรัฐซึ่งเป็นนิติบุคคล และมีสถานภาพต่ำกว่าระดับกรม จึงทำให้ต้องเสียภาษีรถยนต์ตามที่กฤษฎีการตีความไปก่อน หากไม่ต้องการเสียภาษี จะต้องเสนอกรมการขนส่งทางบก ออกกฎหมายยกเว้นให้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการ

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชน ยังต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ในการบริการวิชาการและการวิจัย แม้ปัจจุบันกระทรวงการคลังได้ออกกฎหมายยกเว้นแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ แต่หลายมหาวิทยาลัยยังต้องถูกเรียกเก็บ VAT ย้อนหลัง บางแห่งต้องเสียภาษีย้อนหลังหลายปีถึง ๗ ล้านบาท

- การเสนอกฎหมายมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เนื่องจากปัจจุบันยังมีร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ซึ่งผ่าน ครม.และกฤษฎีกาแล้ว ๓ ฉบับ มหาวิทยาลัยหลายแห่งได้ยืนยันมติสภามหาวิทยาลัยให้ดำเนินการเสนอรัฐสภาต่อไป จึงขอหารือเชิงนโยบายว่ารัฐบาลจะสนับสนุนการพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐต่อไปหรือไม่

ทีมงานของ รมว.ศธ.ที่ร่วมประชุมครั้งนี้
จากซ้ายไปขวา : นายกมล บันไดเพชร, นายวัฒนา เซ่งไพเราะ, นายนาวิน บุญเสรฐ, นายสุนัย จุลพงศธร, นายดำรง ลิมาภิรักษ์ (ห.สร.)



บัลลังก์ โรหิตเสถียร
นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน

ภายหลังได้รับฟังข้อมูลจากการนำเสนอของ สกอ.แล้ว
รมว.ศธ.กล่าวว่า จะมีทีมงานการเมืองซึ่งจะมาช่วยกันทำงาน จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกและสนับสนุนการทำงานด้านการศึกษาให้ดีขึ้นในระดับหนึ่ง และจะไม่ก้าวก่ายการทำงานของข้าราชการประจำ ซึ่งน้อมรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน และโครงการอะไรที่ดีๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้วในสมัยที่นายวิจิตร ศรีสอ้าน เป็น รมว.ศธ.ก็จะดำเนินการต่อไป แต่อะไรที่ควรปรับปรุงแก้ไขก็ต้องทำ เหมือนนโยบายการศึกษาช่วงรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ซึ่งหลายเรื่องที่ดีอยู่แล้ว ก็ควรต้องกลับมาทำต่อไป หรือเรื่องใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ก็จะดำเนินการเช่นเดียวกัน
  • พัฒนาการเรียนการสอนโดยพัฒนาห้องสมุดให้ทันสมัยและเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ รมว.ศธ.กล่าวว่า ในปัจจุบันเป็นโลกไร้พรมแดน ต้องการให้มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาต่างๆ สร้างหรือพัฒนาห้องสมุดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ ทัดเทียมกัน สามารถเข้าไปค้นคว้าหาความรู้ได้จากทั่วโลก นอกจากนี้ จะช่วยลดการแย่งเข้าที่เรียน หรือขวนขวายเข้ามาเรียนในสถาบันการศึกษาใหญ่ๆ ในเมืองได้อีกด้วย
  • แนวทางผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุดมศึกษา โดยเน้นการรับนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนในประเทศ ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย จะมีนักเรียนต่างชาติเข้าไปเรียนเป็นจำนวนมาก ส่วนประเทศไทยก็มีมหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่ง เช่น ม.อัสสัมชัญ รับนักศึกษาต่างชาติมากขึ้น แต่เรายังไม่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดรับนักศึกษาต่างชาติเหล่านั้นอย่างจริงจัง หากเปรียบกับนักท่องเที่ยวแล้ว หากเรารับนักศึกษาต่างชาติ ๑ คนเข้ามาเรียน จะมีผู้ปกครองตามมา ๔-๕ คน ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศและส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้ว จะเป็นการเพิ่มศักยภาพของมหาวิทยาลัยในประเทศให้มากขึ้น มีผู้คนรู้จักประเทศไทยมากขึ้น มหาวิทยาลัยของไทยที่มีความพร้อม จึงควรมีการพัฒนาเรื่องนี้ โดยดึงนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนในไทยมากขึ้น
  • ทุนหวยบนดินให้เด็กไปศึกษาต่อต่างประเทศ ช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ได้มีโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน เพื่อให้โอกาสเด็กยากจนแต่เรียนดีทั่วประเทศ ได้มีโอกาสไปศึกษาต่อในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งเป็นนโยบายที่ต้องการให้คนไทยได้มีโอกาสศึกษาโลกทั้งโลก และต่อไปคนไทยจะได้มีโอกาสรู้เท่าทันประเทศต่างๆ ในโลก แต่โครงการนี้ได้หยุดไปในรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งรัฐบาลนี้เห็นว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์มาก จึงจะนำกลับมาดำเนินการต่อ ภายหลังจากที่ได้ดำเนินการเรื่องหวยบนดินเรียบร้อยแล้ว
  • การพัฒนาคน เป็นสิ่งตอบแทนที่กลับมามองไม่เห็นเหมือนตัวเงิน ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาประเทศให้เจริญเติบโต ในขณะที่รัฐบาลมีโครงการเกษียณอายุก่อนราชการ เพื่อจำกัดข้าราชการและไม่ให้กลายเป็นภาระงบประมาณ แต่จะทำให้เราขาดแคลนครูมากขึ้นไปอีก ทั้งที่ปัจจุบันเรามีความขาดแคลนครูเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว
  • การวิจัย ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาวิชาการในแต่ละด้าน แต่ที่ผ่านมายังมีความขัดแย้งกันอยู่บ้าง เพราะหน่วยงานหรือผู้ที่ตั้งใจทำวิจัยมักจะได้งบประมาณน้อย ในขณะที่ผู้ที่ไม่ได้ทำการวิจัยกลับได้รับงบประมาณมาก ตนเคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขานิติศาสตร์ จึงทราบปัญหาดังกล่าว ดังนั้นจึงต้องแก้ไขช่องว่างนี้ให้ได้ และยินดีที่จะให้การสนับสนุนแก่นักวิจัยที่มีความตั้งใจจริง
  • ประเด็นสำคัญที่ สกอ.ขอรับการสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหา รวมทั้งแผนระยาว ๑๕ ปี รมว.ศธ.กล่าวว่า สกอ.มีปัญหาน้อย แต่ในส่วนที่สามารถแก้ไขได้ทันที จะให้ทีมงานรับเรื่องไปดูแลแก้ไข เช่น ปัญหาการก่อสร้างอาคาร สกอ.นั้น จะเร่งนำเข้าที่ประชุม ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบโดยเร็วต่อไป สำหรับเรื่องใดที่ติดขัด จะหาทางช่วยเหลือให้อย่างดีที่สุด ส่วนปัญหาใดที่ยังขัดต่อกฎหมาย หากจำเป็นก็จะช่วยแก้ไขกฎหมายให้ สำหรับการผลักดันมหาวิทยาลัยให้ออกนอกระบบนั้น รัฐบาลยังไม่มีการหารือถึงแนวทางดังกล่าวอย่างชัดเจน แต่โดยความเห็นส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องของความพร้อม หากมหาวิทยาลัยไหนมีความพร้อมสามารถดูแลตนเองได้ก็คงดำเนินการไป

รมว.ศธ.กล่าวต่อที่ประชุมด้วยว่า ตนเคยอยู่ในระบบราชการ ทั้งผู้พิพากษา ปลัดกระทรวงยุติธรรม และปลัดกระทรวงแรงงาน ได้ปวารณาตั้งใจที่จะมาทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่อย่างเต็มที่ การทำงานจะเป็นไปด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ ซึ่งจะให้เป็นความภาคภูมิใจไปตลอดชีวิต ทั้งนี้ ยินดีที่จะรอรับผลประเมินการทำงานจากคนส่วนใหญ่ต่อไป.