รมว.ศธ.เปิดประชุมสุดยอดมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ พิมพ์
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ - ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสุดยอดมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ครั้งที่ ๑ (The First Thailand National Research Universities Summit) จัดโดยสำนักงานบริหารโครงการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษาและพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา พร้อมทั้งปาฐกถาพิเศษเรื่อง “วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การวิจัยในอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาประเทศไทยสู่ประชาคมอาเซียน” เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๕ โดยมีผู้บริหารมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย นักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกว่า ๖๐๐ คน

รมว.ศธ.กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการดูแลนักเรียน นักศึกษา เสมือนเป็นลูกหลาน และดูแลครู อาจารย์ เสมือนญาติและคนในครอบครัว จึงต้องการขจัดคอรัปชันและการยักยอกค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา รวมทั้งการข่มเหงครู อาจารย์ด้วย เพื่อพัฒนาการศึกษาให้ขับเคลื่อนประเทศสู่ความเจริญอย่างเป็นรูปธรรม โดยนโยบายการศึกษาในยุคปัจจุบัน เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาและเน้นที่จะส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาให้นักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมีความรู้ความสามารถเพื่อส่งต่อสู่ระดับอุดมศึกษาต่อไป

สำหรับการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ศธ.ได้จัดทำโครงการพูดภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาอาเซียน โดยมีเป้าหมาย ๘๐% ของนักเรียนทั่วประเทศ สามารถสื่อสารภาษาได้ดีพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ.๒๕๕๘ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างจัดหาครูเจ้าของภาษา หรือ Native Speakers เพื่อสอนในโรงเรียนทุกระดับทั่วประเทศกว่า ๓๐,๐๐๐ โรงเรียน

รมว.ศธ.ได้ฝากข้อเสนอแนะในการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาและการดำเนินงานวิจัย ดังนี้

นักศึกษามืออาชีพ ต้องการให้การศึกษาระดับอุดมศึกษาส่งเสริมและพัฒนาให้นักศึกษามีความเป็นมืออาชีพ โดย ศธ.จะสนับสนุนทรัพยากรในการดำเนินการ ซึ่งการประชุมในครั้งนี้เป็นแสดงให้เห็นว่า อุดมศึกษามีความพยายามที่จะช่วยผลักดันให้ความเป็นมืออาชีพของนักศึกษาเกิดขึ้นจริง

งานวิจัยมีความสำคัญกับประเทศจึงควรที่จะมีการประยุกต์งานวิจัยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจด้วย เนื่องจากขณะนี้เรามีความถนัดในการสร้างสิ่งใหม่หรือการผลิตสิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่ยังขาดองค์ความรู้อื่นที่มีความจำเป็นในเชิงธุรกิจ ได้แก่ ด้านบุคลากร ด้านการตลาด ด้านบัญชี การบริหารจัดการ การเป็นผู้นำ อีกทั้งยังไม่สามารถหาบริษัทที่มีกำลังความสามารถในการสนับสนุนได้ตรงกับความต้องการ ทำให้ไม่เกิดการขายงานวิจัย ไม่มีการอุดหนุนงานวิจัย และงานวิจัยไม่ได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นที่มาของคำว่า งานวิจัยอยู่บนหิ้ง ดังนั้น เมื่อมีงานวิจัยเกิดขึ้นจะต้องมีการจดลิขสิทธิ์ก่อน เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าให้กับงานวิจัย จากนั้นจึงจะนำงานวิจัยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยการขายงานวิจัย และหาผู้ร่วมทุนต่อไป ซึ่งในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศใหญ่จะมีบริษัทหลากหลายรูปแบบให้ความสนับสนุนและอุดหนุนงานวิจัยในทุกด้าน

รมว.ศธ.เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า โครงการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษาและโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก ศธ.โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๕,๐๐๐ ล้านบาท ในระยะเวลา ๓ ปี (ปี ๒๕๕๔-๒๕๕๖) ซึ่งในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ได้รับ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ได้รับเพียง ๘๐๐ ล้านบาท ศธ.จึงต้องขอความสนับสนุนเพิ่มเติมในปีงบประมาณต่อไปให้ครบถ้วนตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ เพราะเมื่อได้รับงบประมาณไม่เพียงพอ ทำให้งานวิจัยจำนวนหนึ่งดำเนินการได้ไม่ต่อเนื่อง เช่น งานวิจัยโรคภูมิแพ้ งานวิจัยเส้นใยนาโน งานวิจัยทางการแพทย์ เป็นต้น สำหรับการขายงานวิจัยนั้น จะต้องพัฒนาเนื้องานวิจัยด้วย ไม่ใช่เน้นเฉพาะด้านการผลิต เพื่อให้ตอบสนองต่อการพัฒนาของระบบเศรษฐกิจ

โครงการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษาและโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ได้ดำเนินงานมาเป็นเวลา ๑ ปี สำนักงานบริหารโครงการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษาและพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จึงกำหนดจัดการประชุมขึ้น เพื่อให้มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติทั้ง ๙ แห่ง ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้นำเสนอผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าในการพัฒนามหาวิทยาลัย แสดงศักยภาพการวิจัยของประเทศต่อการสร้างความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แสดงมิติใหม่ของการทำวิจัยเชิงบูรณาการของประเทศ เกิดการบริหารจัดการเป็นเครือข่าย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างมหาวิทยาลัยวิจัยทั้ง ๙ แห่ง และมหาวิทยาลัยในโครงการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษา ทั้ง ๗๐ แห่ง การนำเสนอความก้าวหน้าผลการดำเนินงานเครือข่ายงานวิจัยเชิงบูรณาการระหว่างมหาวิทยาลัย (Supra Cluster) และเชื่อมโยงของงานวิจัยทั้ง ๖ กลุ่ม ได้แก่ ด้านสังคม ด้านพลังงาน ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ด้านอุตสาหกรรม ด้านเกษตรและอาหาร และด้านสุขภาพ และเป็นการระดมความคิดเห็นในการนำผลงานวิจัยไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรือเชิงสาธารณะ พร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานวิจัยให้สาธารณชนและสื่อมวลชน

นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

More Photos : ข่าวที่ 119/2555

Bookmark and Share