รมว.ศธ. เปิดการประชุมนานาชาติ UNESCO-APEID ครั้งที่ ๑๔ พิมพ์
นาย ชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมนานาชาติ UNESCO-APEID ครั้งที่ ๑๔ ในหัวข้อ “การศึกษาเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์” เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ ปาร์ค จัดโดย ความร่วมมือระหว่างองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) กระทรวงศึกษาธิการของไทย ธนาคารโลก สมาคมธุรกิจไทย-ยุโรป ศูนย์ภูมิภาคแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าด้วยการอุดมศึกษา และการพัฒนา (SEAMEO RIHED) และผู้จัดการประชุมทรัพยากรมนุษย์ของโลก (Global Human Resource Forum) ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุม จาก ๓๐ ประเทศ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยุโรป และแอฟริกา

รมว.ศธ. กล่าวว่า การประชุม นานาชาติ UNESCO-APEID จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นเวทีการประชุมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา สำหรับการประชุมในปีนี้ ผู้จัดได้ให้ความสำคัญในเรื่อง “การศึกษา เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์” เพื่อให้สอดคล้องกับวิกฤตการณ์ทาง การเงินของโลกที่เกิดขึ้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ในหลายประเทศ โดยมีวิทยากรรับเชิญและผู้นำเสนอรายงานต่างๆ มาสนทนาหารือร่วม กันเกี่ยวกับวิธีการที่จะนำการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มา ใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การขจัดความยากจน การให้บริการพื้นฐานแก่สังคม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ทุกคน รวมทั้งระบบการศึกษาและการฝึกอาชีพ ในศตวรรษที่ ๒๑ ที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง/ความไม่มั่นคงของ สถานที่ทำงาน การชะลอตัวของตลาดแรงงาน และผลกระทบที่มีต่อการศึกษา และการพัฒนาการฝึกอบรมทักษะ ในโอกาสนี้ จะมีการประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ด้านการศึกษาและการ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของแต่ละประเทศ เพื่อให้ผู้นำเหล่านั้นได้รับท ราบข้อมูลที่ทันสมัยและสามารถนำไปปรับใช้การกำหนดนโยบายด้านการศึกษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างเหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ในประเทศนั้นๆ

รมว.ศธ. ได้กล่าวถึง ในส่วนของประเทศไทยที่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จาก นโยบายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ซึ่งรัฐบาลได้จัดโครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี โดยเริ่มตั้งแต่การศึกษาระดับปฐมวัย จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมทั้งการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต สำหรับประชาชนทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม ทุกสถานที่ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน สำหรับในระดับอาชีวศึกษาก็ได้เน้นเรื่องการศึกษาระบบทวิภาคี ขยายเครือข่ายความร่วมมือกับสถานประกอบการ ชุมชน และเครือข่ายระดับนานาชาติ ส่วนระดับอุดมศึกษานั้น ได้มีการพัฒนาเพื่อนำไปสู่การผลิตคนตามความต้องการของประเทศ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้น มีความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้งในด้านการถ่ายโอนหน่วยกิตของ นักศึกษาในภูมิภาค และความก้าวหน้าในด้านอาชีพของประชาชนในภูมิภาคต่อ ไป

นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน

More Photoes : ภาพข่าว 361

Bookmark and Share