รมว.ศธ. มอบนโยบายอธิการบดี ม.ราชภัฏทั่วประเทศ พิมพ์
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ๔๐ แห่ง เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุมราชภัฏ ๑ กระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศธ.กล่าวว่า ได้มอบนโยบายอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ซึ่งมีประเด็นที่สำคัญ ๔ เรื่อง ดังนี้

๑. ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏได้เป็นส่วนสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง โดยต้องมีการปรับเปลี่ยนมหาวิทยาลัยไปสู่การผลิตบัณฑิตเพื่อการมีงานทำ เป็นการผลิตบัณฑิตเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรมและจริยธรรมเป็นพลเมืองดี
๒. ในฐานะที่เป็นผู้ผลิต ขอให้มหาวิทยาลัยราชภัฏได้เป็นเครือข่ายสำคัญในการผลิตพัฒนาครู ซึ่งเป็นหัวข้อสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ขอให้มีครูพันธุ์ใหม่ภายในระยะเวลา ๑๐ ปี แทนที่ครูเกษียณอายุราชการ จำนวน ๑๘๐,๐๐๐ คน หากมหาวิทยาลัยราชภัฏร่วมเป็นเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา ๒๕ แห่ง ในการทำหน้าที่ผลิตและพัฒนาครูได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ก็จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้
๓. ปรับปรุงประสิทธิภาพของมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่ที่ได้มีการจัดตั้งขึ้นมา จึงต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยน เพื่อขับเคลื่อนในเชิงนโยบายต่อไป
๔. ขอความร่วมมือของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศทั้ง ๔๐ แห่ง ในการเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการปรองดอง คาดว่าศักยภาพของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศที่มีนักศึกษาจำนวนนับล้านคน มีครู คณาจารย์ที่ต้องรับผิดชอบจำนวนมาก โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏ ๑ แห่ง ต่อ ๒ จังหวัดในภาพรวม เพื่อสร้างความเข้าใจ ความรู้ เจตคติที่ดีในการที่จะสร้างสังคมปรองดอง สังคมสมานฉันท์ ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏกำหนดหลักสูตร วิทยากร และการวิจัยที่จะนำไปสู่การอบรมแกนนำที่มีกลุ่มเป้าหมาย ๓ กลุ่ม คือ กลุ่มที่ ๑ นักเรียน นักศึกษา กลุ่มที่ ๒ ครูที่จะต้องเป็นนักประชาธิปไตย และกลุ่มที่ ๓ กรรมการสถานศึกษาหรือประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

รมว.ศธ.ได้กล่าวถึง ข้อเสนอแนะของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ต้องการให้ขับเคลื่อนมี ๓ เรื่อง ได้แก่

• การขาดแคลนงบประมาณ ซึ่งเป็นปัญหาหลักของมหาวิทยาลัยที่เปิดใหม่ จึงขอให้จัดทำรายละเอียดของข้อมูลที่จะทำขอ Top Up ในบางส่วนสำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏ เพราะต้องดูแลนักศึกษาที่ยากจน นักศึกษาในชนบทค่อนข้างมาก
• การพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะกรณีที่จะต้องขออัตราพนักงานของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกรอบ คือ จำนวน ๑๗,๐๐๐ อัตรา
• กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา มีข้อมูลเบื้องต้นว่า นักศึกษาที่มีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษามีเพียง ร้อยละ ๒๕ ของจำนวนผู้ยื่นกู้ทั้งหมด แต่เนื่องจากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏมาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยมากกว่ามหาวิทยาลัยอื่นๆ จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการได้ประสานงานกับกระทรวงการคลังในฐานะที่เป็นผู้ดูแลกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาว่า ในการกำหนดสัดส่วนเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานักศึกษาในต่างจังหวัด นักศึกษาที่ด้อยโอกาสในมหาวิทยาลัยราชภัฏต่างๆ ทั่วประเทศให้เพิ่มขึ้น จึงขอให้ไปทำรายละเอียดข้อมูลว่า เรามีจำนวนนักศึกษาเท่าไร มีจำนวนนักศึกษาที่ขอกู้ยืมเงินเป็นจำนวนร้อยละเท่าไร ที่ผ่านมาได้รับการจัดสรรเป็นจำนวนเท่าไร ทั้งผู้กู้รายเก่าและรายใหม่ เพื่อจะได้สนับสนุนนักศึกษากลุ่มที่ครอบครัวมีรายได้น้อย ต่อไป

นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน

More Photoes : ข่าวที่ 177/2553

Bookmark and Share