รมว.ศธ.พบ ทปอ. พิมพ์

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบแนวคิดแก่อธิการบดีที่เข้าร่วมประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา


รมว.ศธ.กล่าวว่า การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง มหาวิทยาลัยจะเป็นสถาบันหลักที่ต้องชูธงในการขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐ ต้องเป็นมหาวิทยาลัยต้นแบบที่เดินเคียงข้างไปกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สำหรับการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง การศึกษาต้องเป็นธงนำในการแก้ปัญหาต่างๆ ของโลกที่เกิดขึ้น อาทิ ปัญหาโลกร้อน, ความขัดแย้ง, ภัยพิบัติ ฯลฯ ซึ่งมหาวิทยาลัยต้องมีส่วนสำคัญในเรื่องนี้ ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงคนของเรา เพื่อให้ไปเปลี่ยนแปลงชุมชน สังคม ประเทศ และในที่สุดก็เปลี่ยนแปลงโลกได้ จึงขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยให้ช่วยกันชูธงเรื่องนี้ เพื่อสร้างกระแสของสังคมเรื่องการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตลอดชีวิต การสร้างโอกาสและความเสมอภาคให้บรรลุเป้าหมายของการศึกษาเพื่อปวงชน รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา ขณะนี้มหาวิทยาลัยต่างๆ ได้เดินหน้าไปเร็วมาก

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการส่งเสริมเสรีภาพทางวิชาการและการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศในระดับนานาชาติ การส่งเสริมมหาวิทยาลัย กระจายโอกาสทางการศึกษา ให้เกิดความเสมอภาค เป็นธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีการผลักดันในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยในกำกับ เพื่อดูแลนักเรียนด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษา

รมว.ศธ.ได้เน้นนโยบายด้านอุดมศึกษาใน ๓ ประการ ได้แก่

๑. การสอนคนให้มีงานทำ พัฒนาอาชีพของคนที่มีงานทำแล้ว ให้มีศักยภาพ มีมูลค่าเพิ่ม ให้สอดรับนโยบายของรัฐบาล คือ การสร้างผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเชิงสร้างสรรค์
๒. สนับสนุนในการพัฒนาศักยภาพของมหาวิทยาลัย ให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก (World Class University) ต้องมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อให้สอดรับกับปฏิญญาชะอำ-หัวหิน ที่กำหนดให้ไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาคนี้ ซึ่งมหาวิทยาลัยต้องเป็นตัวนำ นอกจากนี้ เราต้องพัฒนาด้านอาชีวศึกษาและการศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่มาตรฐานสากลเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากขณะนี้มีนักศึกษาต่างชาติมาเรียนในมหาวิทยาลัยไทยจำนวนนับแสนคน
๓. ร่วมสร้างกระแสการมีส่วนร่วมของประชาชน ขอให้มหาวิทยาลัยต่างๆ รณรงค์ในการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา โดยจัดตั้งกองทุนของมหาวิทยาลัย เพื่อตอบรับกระแสการสร้างประชาธิปไตยในประเทศไทย ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศ และเรียกร้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ซึ่งมหาวิทยาลัยจะเป็นต้นแบบได้ดีในเรื่องนี้

นอกจากนี้ รมว.ศธ.ได้ฝากแนวคิดในเรื่องต่างๆ ดังนี้

• คุณภาพการศึกษา คุณภาพบัณฑิต ที่ต้องเน้นการมีงานทำ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันที่จัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ มาตรฐาน และร่วมมือในการดูแลแผนกำลังคนของชาติด้วย สาขาวิชาต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยต่างๆ เปิดจำนวนกว่า ๑,๗๐๐ สาขา ซึ่ง สกอ.ก็ต้องดูแล รวมถึงมหาวิทยาลัยเอกชนด้วย ว่ามหาวิทยาลัยมีศักยภาพ ที่จะต้องยืนยัน ตรวจสอบได้ว่า มีความพร้อมในการเปิดสาขาวิชานั้นๆ มิใช่เพื่อเชิงธุรกิจแต่เพียงอย่างเดียว จึงต้องมีระบบประกันคุณภาพภายในของสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งจากการประชุมคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีมติว่า จะมีการประสานกับ สกอ.เพื่อมีคณะกรรมการร่วมกัน ในการตรวจสอบ ประเมิน ในระดับอุดมศึกษาด้วย เพื่อให้ต่อยอดจากการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อดูภาพรวมทั้งหมด อยากเห็นคุณภาพการศึกษาโดยให้มหาวิทยาลัยไปเชื่อมต่อกับอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ก็ไม่จำเป็นต้องเร่งเปิดในระดับปริญญาตรี แต่อาจจะเป็นระดับนักปฏิบัติการชั้นสูง ในกลุ่มสถาบันการอาชีวศึกษาที่มีความพร้อม

• กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา ต้องเน้นต่อยอดจากระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ รมว.ศธ.ได้ประกาศไปแล้ว ว่าจะส่งเสริมการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง (Civic Education) ที่จะต้องนำเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมเป็นอันดับหนึ่ง ต้องเปลี่ยนจากการสอนหนังสือเป็นการสอนคน ซึ่งคนนอกจากจะเก่งแล้ว ต้องเป็นคนดี อยู่ในสังคมประชาธิปไตย มีความเป็นไทยและจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

• การสอบ GAT,PAT ซึ่งเป็นการทดสอบเกี่ยวกับความถนัด ความสนใจ และทัศนคติด้านวิชาชีพ เพราะทำให้นักเรียนกลับมาสู่การเรียนในห้องเรียนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีข้อร้องเรียนจากนักเรียนว่า มีการสอบ GAT, PAT หลายครั้งในหนึ่งปี จึงขอให้ ทปอ.พิจารณาว่าจะลดเหลือ ๒ ครั้งได้หรือไม่ ทั้งนี้ หากจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ขอให้ สทศ.เตรียมการ เพื่อสื่อสารให้กับผู้เกี่ยวข้องโดยอาจแจ้งผ่านรายการโทรทัศน์ ฯลฯ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

• เครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ยกระดับเป็นนโยบายที่ถือเป็นวาระแห่งชาติ ใช้เครือข่ายในทุกระดับการศึกษา ซึ่งเดิม UniNet ของ สกอ.ก้าวหน้าอยู่แล้ว แต่ต้องการให้เครือข่ายนี้ครอบคลุมการศึกษาทุกระดับ โดย ทปอ. รับผิดชอบองค์ความรู้ สกอ.รับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐาน และ สอศ. สพฐ. กศน. ซึ่งเป็นปลายทาง ก็จะได้รับประโยชน์จากการเป็น National Education Network หรือ NedNet โดย รมว.ศธ.จะดูแลเรื่องงบประมาณ และกฎหมายสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและกองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมทั้งระบบ e-Learning ด้วย

• ครูพันธุ์ใหม่ ภายในอีก ๕-๑๐ ปีข้างหน้า ครูจะเกษียณอายุราชการอีกเป็นจำนวนหมื่นคน เราจึงต้องเตรียมผลิตครูพันธุ์ใหม่ ซึ่งได้ดำเนินการในส่วนที่ตั้งศูนย์ผลิตและพัฒนาครูแล้ว โดยต้องการให้มีมหาวิทยาลัยหรือศูนย์ ที่จะรับผิดชอบการผลิตและพัฒนาครูอย่างจริงจัง ซึ่งจะได้เร่งแก้ไขกฎหมายเงินเดือนและวิทยฐานะของครู เพื่อปรับเงินเดือนให้สูงขึ้น เป็นการจูงใจให้ได้ครูที่ดี ครูที่เก่ง เข้ามามากขึ้น

• มหาวิทยาลัยวิจัย ๙ แห่ง สำหรับมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เข้าเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย จะดูว่าเดิมได้รับงบประมาณที่เกี่ยวกับการวิจัย โดยเฉพาะเทคโนโลยีเฉพาะทาง เท่าไร และควรจะเพิ่มให้ได้ในจำนวนเท่าไร ในส่วนของงบประมาณปี ๒๕๕๔ รมว.ศธ.ได้มีโอกาสผลักดันโดยตรง และขอย้ำว่า งบประมาณวิจัยจะต้องเดินหน้า และเพิ่มมากขึ้น สำหรับพนักงานข้าราชการในมหาวิทยาลัย ที่มีข้อจำกัดเรื่องระเบียบ กฎหมาย จะรับไปดูแลให้ว่า ทำอย่างไรเพื่อให้มีสิทธิและผลประโยชน์อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น การเบิกค่ารักษาพยาบาล หรือเงินบำเหน็จ บำนาญ ฯลฯ

• ในปี พ.ศ.๒๕๕๔ เป็นปีครบ ๑๐๐ ปีลูกเสือไทย เป็นโอกาสเฉลิมฉลองในวโรกาสครบ ๗ รอบ พระชนมายุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอเชิญชวนทุกคนให้ร่วมกันสร้างคุณธรรม สร้างความดี ให้เกิดขึ้นในลูกศิษย์และบัณฑิตของเรา และในปีนี้รัฐบาลก็จะเป็นเจ้าภาพจัดงานเฉลิมฉลองในวโรกาสครบรอบ ๖๐ ปี พระบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ขอให้แต่ละส่วนราชการได้เสนอโครงการและกิจกรรมที่จะร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสนี้ โดยเชื่อว่ามหาวิทยาลัยมีหลายเรื่องที่จะสามารถเสนอเพื่อเฉลิมพระเกียรติได้ และขอความร่วมมือในการวางแผนโครงการในปีหน้า ในวโรกาสครบ ๗ รอบ พระชนมายุพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว หากมีสิ่งใดที่จะทำให้เป็นรูปธรรม หรือเป็นอนุสรณ์ให้เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย ศธ.ก็ยินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่.

นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน

More Photoes : ข่าวที่ 046/2553