รมว.ศธ.พบอธิการบดีสถาบันอุดมศึกษาแห่งทั่วประเทศ พิมพ์

นายศรีเมือง เจริญศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ในระหว่างการประชุมอธิการบดีสถาบันอุดมศึกษา ๑๖๕ แห่งทั่วประเทศ เพื่อพบปะแลกเปลี่ยนนโยบายการศึกษา จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โดยมีมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชนเข้าร่วมจำนวน ๑๓๓ แห่ง มีอธิการบดีเข้าร่วม ๘๑ คน รองอธิการบดี ๔๒ คน รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงจากมหาวิทยาลัย และ สกอ. เข้าร่วมงานด้วย


แม่พิมพ์ที่ดีจะช่วยผลิตลูกพิมพ์ให้เป็นกำลังสำคัญของประเทศ

รมว.ศธ.กล่าวว่า คนไม่ใช่เครื่องจักร ไม่ใช่เหล็กไหล ครูซึ่งเป็นเสมือนแม่พิมพ์ ต่างก็มีจิตวิญญาณ มีความเป็นครูบาอาจารย์ มีความรู้สึกนึกคิด หากเราได้พัฒนาส่งเสริมสนับสนุนแม่พิมพ์ จะส่งผลถึงคุณภาพของเยาวชน ที่จะทำให้แม่พิมพ์สามารถผลิตลูกพิมพ์ที่ดีตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ไปจนถึงระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นระดับการผลิตที่อยู่ในความดูแลของ สกอ. และเป็นแม่พิมพ์สุดท้ายที่มีการผลิตเพื่อให้เยาวชนเป็นกำลังสำคัญของประเทศ เป็นประชากรที่ดี ช่วยพัฒนาประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน จึงถือว่าการศึกษาทุกระดับมีความสำคัญมาก

ตั้งใจจะทำงานรักษาชื่อเสียงเกียรติยศ

เมื่อตนเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่ดูแลด้านการศึกษาทุกระดับเพียงคนเดียวในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งจะต้องรับผิดชอบดูแลเด็กและเยาวชน กว่า ๑๕ ล้านคน บุคลากรในสังกัดกว่า ๖ แสนคน ดูแลงบประมาณซึ่งรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณไว้มากถึง ๓.๓๒ แสนล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๑๘ ของงบประมาณทั้งหมดทั้งประเทศ ในขณะที่ปีก่อนๆ งบประมาณการศึกษาได้รับเป็นลำดับที่สอง แต่ปีนี้สูงสุดกว่าทุกกระทรวง รวมทั้ง รมว.ศธ.คนที่ผ่านมา (สมชาย วงศ์สวัสดิ์) ได้ไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมทั้งนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีต รมว.ศธ.และพรรคร่วมรัฐบาล ต่างมีความเข้าใจและต้องการสนับสนุนการศึกษาอย่างมากเช่นกัน

นอกจากนี้ รมว.ศธ.กล่าวยอมรับว่า แม้จะอยู่ในแวดวงการศึกษามาโดยตลอด ที่ผ่านมาเคยเป็นรองกรรมาธิการการศึกษาฯ จึงเข้าใจเรื่องการศึกษาไปในตัว นอกจากนี้ยังมีภริยาเป็นผู้บริหารสถานศึกษา แต่อาจดูไม่ค่อยมีชื่อเสียง เพราะไม่ชอบเป็นข่าว แต่เมื่อได้รับภาระอันยิ่งใหญ่ในการเป็นรัฐมนตรีแล้ว จึงตั้งใจจะทำงานเพื่อรักษาชื่อเสียงเกียรติยศต่อจากการที่เคยเป็น ส.ว.ถึง ๖ ปี

เรื่องแรกด้านการศึกษาของ ครม. : แก้ปัญหาโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดจนเสร็จสิ้น

หลังจากที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ทำให้สามารถเซ็นงานได้เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคมที่ผ่านมา เรื่องแรกของการศึกษาที่นำเข้า ครม.พิจารณาคือ อนุญาตให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน ๓,๐๗๗ คน ได้เข้าร่วมมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (โครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด) เป็นกรณีพิเศษ สิ่งที่จะได้รับคือ ประโยชน์จากผู้เข้าร่วมมาตรการนี้ประมาณ ๑๒,๐๓๒ คน ซึ่งมีอัตราเงินเดือนเฉลี่ยคนละ ๓๔,๐๐๐ บาทต่อเดือน แต่เมื่อบรรจุครูใหม่ทดแทนจะใช้เงินงบประมาณเพียงอัตราคนละ ๙,๔๔๐ บาทต่อเดือน แสดงให้เห็นว่าจะมีเงินงบประมาณเหลือคนละ ๒๔,๕๖๐ บาทต่อเดือน หรือจ่ายเงินเดือนลดลง ๓.๕ เท่าต่อเดือน ที่สำคัญคือราชการจะสามารถสรรหาบุคคลรุ่นใหม่ที่มีความต้องการเข้าสู่ระบบราชการ และเป็นบุคคลที่มีความรู้วิทยาการทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปการศึกษาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการขาดแคลนครูบางสาขาวิชา เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ได้อีกด้วย

การประเมินวิทยฐานะ

เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีการประชุม ก.ค.ศ. เพื่อพิจารณาเรื่องที่มีปัญหาและได้รับข้อร้องเรียนจำนวนมากจากครูในการจัดทำประเมินการเลื่อนวิทยฐานะ โดยเฉพาะวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ซึ่งมีผลถึงการได้รับเงินวิทยฐานะและค่าตอบแทนพิเศษเป็นสองเท่า หรือ ๕,๖๐๐ บาท X ๒ ซึ่งหากครูได้รับเงินนี้จะช่วยทำให้ครูมีเงินใช้มากขึ้น ช่วยแก้ปัญหาหนี้สินจนแทบไม่ต้องหาเงินกู้อื่นเลย ในการประชุม ครม.ได้มีการนำเรื่องนี้มาหารือร่วมกันและเห็นว่าอาชีพครูน่าเห็นใจที่ได้รับเงินน้อย ต้องการให้ครูได้รับเงินเดือนและรายได้อื่นๆ ให้มากกว่านี้ เพื่อส่งเสริมให้คนที่ดีอยากเข้ามาเป็นครูให้มากขึ้น ซึ่งหากมองทฤษฎีการใช้จ่าย ก็ต้องนำเรื่องเงินวิทยฐานะเข้ามาดูแล แต่ที่ผ่านมาการประเมินวิทยฐานะชำนาญการพิเศษยากมาก ผลการประชุม ก.ค.ศ.ที่ผ่านมาจึงได้ให้ชะลอการใช้เกณฑ์ใหม่ (ว๒) ซึ่งมีความเข้มข้นมาก และยังมีปัญหาที่ยังไม่ผ่านการตรวจรับเอกสาร จึงได้ชะลอการใช้เกณฑ์ใหม่ โดยขยายเวลาไป แต่เพื่อรักษาสิทธิ์ของครูก็ให้นำเกณฑ์เดิม (ว๒๕) มาใช้ ในระหว่างนี้ก็ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาเกณฑ์ใหม่ให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น

ให้เร่งใช้จ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ขณะนี้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๒ ได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว หลังจากนี้จะเร่งงบประมาณออกไปให้มากที่สุด เพราะจะมีผลถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเมื่องบประมาณออกไปแล้ว ขอให้เร่งการใช้จ่ายให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะงบลงทุนต่างๆ ซึ่งต้องเร่งเสนอและดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยเร็ว ส่วนการทำงานปีงบประมาณ ๒๕๕๓ จะเป็นปีที่รัฐบาลจัดทำปฏิทินงบประมาณเร็วมาก โดยในวันที่ ๒๘ ตุลาคมนี้ จะหารือร่วมกันระหว่างตน เลขาธิการ กกอ. และอธิการบดี เพื่อกำหนดภาพรวมของการอุดมศึกษา

ไม่อยากเลือกปฏิบัติ และไม่อยากถูกเลือกปฏิบัติเช่นกัน

รมว.ศธ.กล่าวว่า หากการดำเนินการในเรื่องใดโดยอำนาจหน้าที่แล้ว หากไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดรัฐธรรมนูญ หรือ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯ หรือนโยบายรัฐบาล ยืนยันว่าจะสามารถดำเนินการให้มหาวิทยาลัยได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องร้องขอ ขอเพียงแค่รู้ปัญหา จะทำให้อย่างดี และจะเร่งการทำงานไม่ให้มีงานค้าง ซึ่งรวมทั้งการเสนอแต่งตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยด้วย

วันนี้ มีความยินดีที่ได้พบปะบุคคลที่ทรงคุณวุฒิของประเทศ ส่วนผู้ที่ติดราชการไม่ได้เดินทางมาครั้งนี้ ก็ขอฝากความคิดถึงไปด้วย ซึ่งสิ่งที่หวังมากที่สุดคือความร่วมมือ โดยไม่อยากเลือกปฏิบัติ และไม่อยากถูกเลือกปฏิบัติเช่นกัน โดยเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจที่มีต่อกัน แต่ตนยืนยันว่าจะรักษาสิ่งนี้ไว้.

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน

More Photoes : ข่าวที่ 291/2551